มือสองต้องรู้ Ford Ranger 3.2 คือตำนานวงการกระบะ แจ้งเกิดความดุดันไม่เกรงใจใคร

Ford Ranger เจเนเรชั่น 6 เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2011 ที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32 เป็นจุดเปลี่ยนของวงการรถกระบะ ที่จากเดิมเป็นการแข่งขันระหว่างรถญี่ปุ่นด้วยกันเอง อาจจะมีกระบะลูกครึ่งญี่ปุ่นบ้าง แต่ครั้งนี้คือกระบะคู่แข่งจากอเมริกันอย่างเข้มข้น เพราะถูกพัฒนาโดยฟอร์ดอย่างเต็มตัว ไม่ได้แชร์เครื่องยนต์จากญี่ปุ่นเหมือนเชพโรเลต อันเป็นการจับกลุ่มลูกค้าที่ใช้กระบะแบบไลฟสไตล์ ใช้โดยสารมากกว่าบรรทุก และสร้างชื่อเรนเจอร์ให้โด่งดังจนถึงทุกวันนี้

มิติใหญโต

Ford Ranger T6 เปิดตัวในไทยเมื่อปี 2011 มีขนาดความยาว 5,359 มม. กว้าง 1,850 มม. ในรุ่นท็อป Wildtrak 3.2 ลิตร แฝงความสปอร์ตด้วยล้อแม็กซ์ขนาด 18 นิ้ว แร็คหลังคา และโครงหลังคาด้านหลัง ดับเบิ้ลแค็บ มีขนาดความจุ 1.21 ลูกบาศก์เมตร มีขนาดพื้นที่บรรทุกของด้านหลังใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน

ห้องโดยสารกว้าง

Ford Ranger T6 ตัวถังดับเบิ้ลแคป เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารให้มีความกว้างขวาง โดยเฉพาะเบาะนั่งด้านหลัง ถูกออกแบบเสากลางย้ายไปด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้ผู้โดยสารด้านหลังมีพื้นที่วางขาอย่างสบายๆ เอาใจชาวมะกันที่มีความสูงกว่า 180 ซม.

ออพชั่นเด่นใน Ranger 3.2 ติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคมากมายในห้องโดยสาร โดยออพชั่นหลักๆ คือ ระบบควบคุมการสั่งการด้วยเสียง, เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ, กล้องมองภาพด้านหลัง, พอร์ท AUX/USB, แอร์อัตโนมัติ, ครูซคอนโทรล และจอสัมผัสขนาด 5 นิ้ว พร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม GPS ในตัว

เครื่องยนต์ 200 แรงม้ากับเกียร์ 6 สปีด

Ford Ranger 3.2 ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Duratorq TDCi รหัส I5 ความจุ 3.2 ลิตร 5 สูบ แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร กำลังสูงสุด 200 แรงม้า โดยรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ฟอร์ดเคลมอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10.4 กม./ล. มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะซีเควนเชียล ทุกรุ่นมากับความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ส่วนการขับเคลื่อน ยังคงมีทั้งแบบ คือ 2 ล้อหลัง และ 4WD

Ranger ใหม่ นับเป็นรถกระบะคันแรก ที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบซีเควนเชียลให้ ใช้เทคโนโลยี Grade Control Logic ในการค่อยๆ ลดเกียร์ลงขณะขับลงเนิน เพื่อเพิ่มแรงเบรกจากระบบส่งกำลัง เมื่อรถตรวจจับได้ว่าผู้ขับกำลังเหยียบเบรก นอกจากนี้ยังมีระบบซีเควนเชียล สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้ ด้วยการโยกคันเกียร์ไปด้านหน้า (ลดเกียร์) หรือโยกไปด้านหลัง (เพิ่มเกียร์)

ช่วงล่างปรับปรุงใหม่

ช่วงล่างก็เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของเรนเจอร์ โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนหลัง นอกจากการทำแหนบบรรทุกหนักแล้ว ก็ยังให้การทรงตัวดีเยี่ยมเมื่อขับด้วยความเร็วสูงบนทางกรวด ช่วยลดการส่ายของรถ นอกจากนี้ยังพัฒนาสปริงและช๊อคฯ ให้มอบความสบายยิ่งขึ้น ด้วยการซับแรงบนถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ

Ranger สามารถลุยได้แม้ในเส้นทางสุดโหด จุดต่ำสุดของรถอยู่สูงจากพื้น 241 มม. ซึ่งเป็นผลจากการยกชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลัง ขึ้นไปอยู่ด้านบนคานเหล็กของโครงสร้างตัวถัง ทั้งชุดเกียร์ ถาดน้ำมัน และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ จึงได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าหลักๆ และชุดดักอากาศภายในห้องเครื่องก็ถูกยกให้สูงขึ้น ช่วยให้ Ranger สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 80 เซนติเมตร นับเป็นความสูงระดับแถวหน้าของรถในกลุ่มนี้

ระบบช่วยเหลือการขับ

Ranger 3.2 รุ่นท็อปสุดนี้ให้การช่วยเหลือการขับขี่มากมาย ด้วยระบบ Hill Launch Assist ทำให้แม้แต่รถที่บรรทุกน้ำหนักมาก ซึ่งอาจมีน้ำหนักรวมถึง 3,200 กิโลกรัม ก็ยังสามารถหยุด และออกตัวอีกครั้งได้บนถนนที่มีความลาดชันถึง 60%

ส่วนการขับลงเนินลาดชัน ระบบ Hill Descent Control จะทำงานอัตโนมัติ ช่วยเสริมแรงเบรก และลดความเร็วของรถโดยไม่ทำให้เบรกล็อก และผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกแต่อย่างใด การควบคุมการทำงานจึงเป็นไปอย่างง่ายดาย

Ranger รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ติดตั้งห้องเกียร์เสริม (Transfer Case) ที่มีความทนทาน ทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดา และอัตโนมัติ ช่วยให้สามารถเปลี่ยนการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็นแบบ 4 ล้อได้ตลอดเวลา (Shift on the fly) ด้วยปุ่มควบคุมบนคอนโซล แน่นอนว่ายังมีเฟืองท้ายแบบ ลิมิเต็ด สลิป หรือระบบ ดิฟเฟอเรนเชียลล็อค แบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic locking rear differential) เพื่อช่วยลดอาการล้อหมุนฟรีได้

มาตรฐานด้านความปลอดภัย

ความปลอดภัยของ Ranger เริ่มต้นจากโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กแข็งแรงสูงพิเศษตลอดทั้งคัน Ranger มากับถุงลมนิรภัย 6 ใบตรงด้านหน้าสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า ส่วนถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า จะติดตั้งในบริเวณด้านข้างของเบาะ รวมทั้งหมด 6 ใบอย่างที่ไม่มีรายใดเคยทำมาก่อน

นอกจากนี้ยังให้ระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) โดยรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ สามารถปิดการทำงานบางส่วนของระบบ ESP ได้ ทำงานร่วมกับระบบ Roll-over Mitigation ตรวจจับความเร็วของรถ การเร่งด้านข้าง และองศาของพวงมาลัย ระบบจะเข้าแทรกแซงการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงของการพลิกคว่ำ และสุดท้ายมีระบบ Trailer Sway Control เพิ่มแรงเบรก เพื่อลดการแกว่งเมื่อใส่พ่วงท้าย

อ่านเพิ่มเติม : เจ้าของรถ Ford Ranger พลิกคว่ำปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน พร้อมสั่งคันใหม่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ราคาป้ายแดงทะลุ 1 ล้านบาท

ราคาเปิดตัวของ Ford Ranger 3.2 อยู่ที่ 1,099,000 บาท นับว่าเป็นรถกระบะขายเกินเพดาน 1 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และปัจจุบันมีราคามือสองอยู่ที่ 500,000 บาทโดยประมาณ แล้วแต่สภาพและความเดิม ยิ่งเป็นรถเดิมจะยิ่งได้ราคา เพราะดูเหมือนรถใช้งานในเมือง ไม่ได้ลุยหนักจนต้องดัดแปลงชิ้นส่วน นับว่ารุ่นนี้เป็นความคุ้มค่าที่ได้ครอบครองตำนานรถกระบะ 5 สูบกำลังแรง และยังดูไม่ล้าสมัยในปัจจุบัน แต่แลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่กินน้ำมันเกือบเทียบเท่ารถเบนซิน ซึ่งหากขับในเมืองอาจจะกินได้ถึง 7-8 กม./ล.เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม : เผยตัวเลขบริโภคน้ำมัน 2023 Ford Ranger Raptor กินจุดุเดือดกว่าเดิม

Source: มือสองต้องรู้ Ford Ranger 3.2 คือตำนานวงการกระบะ แจ้งเกิดความดุดันไม่เกรงใจใคร

Leave a Reply

Your email address will not be published.

WelfulloutDoors.com