ลองขับ EV ครั้งแรก BYD Atto 3 จากใจคนใช้ ICE มาหลายปี เปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแบบนี้ต้องปรีบตัวเยอะไหม

ยอมรับจากใจเลยว่า ตั้งแต่ได้ทำงานเป็นสื่อมา BYD Atto 3 (บีวายดี อัตโต้ 3) นั้นถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่มีโอกาสได้ลองขับเป็นเวลาหลาย ๆ วัน

ซึ่งก็จะแตกต่างจากการไปลองขับเพียงแค่ในสนาม เพราะจะทำให้เราสามารถเห็นได้เลยถึงวิธีการใช้รถในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

หากจะถามว่าการขับขี่ต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปหรือไม่ ก็คงไม่แตกต่างกัน แต่ในการใช้งานนั้น มีอะไรให้ปรับตัวกันอีกเยอะ หากคุณคิดจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าจริง ๆ 

รูปร่างหน้าตา

สิ่งหนึ่งที่คนที่บ้านกล่าวเลยตอนเอา Atto 3 กลับบ้าน คือ “รถอะไรเหมือนนางเงือก” ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ออกไปทางหรูหรา ไร้กระจังหน้า และมีการตกแต่งหลังเสา C ด้วยสีเงินคล้ายครีบ 

ก็ต้องยอมรับว่าหน้าตาของรถยนต์ไฟฟ้าเริ่มไปในทิศทางนี้มากขึ้น คือเป็นกระจังหน้าแบบปิด ไม่จำเป็นต้องมีช่องรับลม สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมก็คือ การเติมพลังงานหรือไฟฟ้านั้นจะมาอยู่ที่แก้มหน้ารถยนต์แล้ว มิใช่ด้านท้ายแบบเดิมเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม ขึ้นราคารถไฟฟ้า ปัญหาใหญ่ระหว่างค่ายรถ-สรรพสามิต

ภายในแปลกใหม่

การออกแบบภายในเองก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ เริ่มมีการใช้หัวเกียร์แบบหมุนกันมากขึ้น จึงอาจทำให้ผู้ใช้งานใหม่ไม่คุ้นชิน

แต่ BYD มีความพยายามในการออกแบบรถให้มีการใช้งานคล้ายกับรถยนต์สันดาป ด้วยการยังคงหัวเกียร์แบบคันโยกไว้ แต่ได้ย้ายเกียร์ P เป็นปุ่มกดไว้ด้านล่างแทน 

สิ่งที่เราสังเกตุจากการใช้รถไฟฟ้าครั้งแรก ก็คือความเงียบของตัวรถ ที่เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ขับเร็วมาก ก็จะเกือบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ลูกเล่นที่มีไว้เก๋ ๆ ก็คือหน้าจอหมุนได้ และสายกีต้าร์ไว้ดีดแก้เบื่อข้างรถ ที่ยังไม่มีในรถคันอื่น และช่องแอร์แบบใหม่ 

อีกหนึ่งการออกแบบที่เริ่มเห็นได้มากขึ้น็คือ การลดปุ่มกดในรถลง เหลือไว้เพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แล้วย้ายการปรับอุณหภูมิไปไว้ที่หน้าจอขนาดใหญ่

ซึ่งจากการใช้งานจริงแล้ว พบว่าค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องละสายตาไปมองหาปุ่มพัดลมและอุณหภูมิ ด้วยปุ่มค่อนข้างเล็กจริงอาจทำให้กดยากสักหน่อย หากขับรถมาเพียงคนเดียว ก็ควรระวังในจุดนี้

และการใช้จอหน้าปัดขนาดเล็กที่พวงมาลัย ทำให้การมองระบบต่าง ๆ ทำได้ยาก

อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นได้จากการลองใช้งานคือ ตัวรถยังไม่มี Apple Carplay และ Android Auto มาให้ จึงยังค่อนข้างยุ่งยากในการค้นหาเส้นทาง แม้ตัวรถจะมีระบบนำทางของตัวเองมาให้ แต่ก็ไม่ได้มีความแม่นยำมากนัก รวมถึงจุดหมายยังมีไม่มากพอ 

จุดที่เรามองว่าแปลก ก็คือมือเปิดประตูแบบจับแล้วบิดหมุนเข้าหาตัว แต่ที่เรามองว่าแปลกยิ่งกว่า ก็คือมือจับที่อยู่ด้านล่าง ที่ปกติแล้วเรมักจะเอาว้ใส่ของจุกจิกเล็กน้อยเช่นเหรียญหรือยาดม กลับการเป็นมือจับที่มีช่องว่างด้านล่าง ทำให้ไม่สามารถวางอะไรได้เลย แต่ก็อาจเป็นจุดในการออกแบบตัวรถเท่านั้น

การขับขี่ไม่แตกต่าง

หากมองเรื่องการขับขี่ ก็นับได้ว่าไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปเลย สิ่งที่จะได้มาก็คือความเงียบจากเสียงมอเตอร์ที่อาจมีให้ได้ยินบ้างแต่เวลาขับที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไปก็ยังเงียบกว่า

ซึ่งตัวรถไม่ได้เน้นการขับสนุกเพราะยังเป็นรถขับหน้า เมื่อลองเทียบกับรถที่มีขนาดใกล้เคียงกันอย่างเช่น Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) และ Honda HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) พบว่าตัวรถค่อนข้างมีความนิ่มนวลกว่าเวลารูดทางขรุขระ อาขเป็นเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านล่าง

ระยะมีลดหลั่นบ้าง

จากการขับขี่จริง พบว่าระยะแบตคงเหลือที่แสดงบนหน้าจออาจมีหายไปบ้างจากการขับขี่จริงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่นการเหยียบคันเร่ง ที่แน่นอนว่ายิ่งเหยียบเยอะก็ยิ่งหมดไว เพราะบางทีไม่รู้ตัว ความเร็วก็ไปอยู่ที่ 70-80 กม./ชม. อย่างง่ายดาย แต่ในขณะที่รถจอดอยู่เฉย ๆ ติดไฟแดง แบตแทบจะไม่ลดเลยเพราะมีารทำงานน้อย ผู้ใช้งานจึงควรระวังในการขับขี่จริง

อ่านเพิ่มเติม ดูคุณสมบัติ Blade Battery ของ BYD เพราะเหตุนี้ถึงเหนือกว่า

ยังไม่ได้ลองชาร์จ

เราต้องขออภัยที่เรายังไม่ได้ลองชาร์จแบตตัวรถยนต์จริง เนื่องจากในวันที่เราได้รับรถมา ตัวรถมีระยะอยู่ที่เกือบเต็ม 480 กม. ผ่านไป 5 วันจากการขับไปกลับที่ทำงานที่ระยะทางรวม ประมาณ 50 กม. 2 วัน แบตเตอรี่ยังเหลือ

แต่ข้อดีของตัวรถคือ ในหน้าจอระบบนำทางของตัวรถจะมีฟังก์ชั่นการต้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้ามาให้ในตัว พร้อมบอกระยะทางและกำลังไฟของสถานีมาให้

ซึ่งแน่นอนว่าเรายังค่อนข้างไม่ไว้วางใจการขับในระยะทางไกลเหมือนรถยนต์ทั่วไปที่ยังหาปั๊มได้ตามข้างทาง ประกอบกับความยุ่งยากในการใช้แอพชาร์จไฟ ที่ต้องมีการลงทะเบียนต่าง ๆ ก่อนการใช้งาน แต่ก็ยังดีที่สามารถจองก่อนได้

และด้วยความที่ในแต่ละสถานที่ จะมีผู้ให้สถานีบริการหลายราย จึงจำเป็นจะต้องมีการดาวน์โหลดหลายแอพพลิเคชั่นไว้ในมือถือ

ยังไม่รวมถึงปัญหาจากผู้ใช้งานที่ซื้อรถมาแล้วไม่เพียงแต่ Atto 3 แต่เป็นแบรนด์อื่น ๆ ที่มักพบว่าตู้ชำรุด, ใช้งานไม่ได้, ยังไม่เปิดใช้ หรือมีผู้ใช้บริการท่านอื่นมาจอดแช่ไว้หรือไม่ได้ทำการจองมาก่อน

โดยรวมแล้วชอบ

อย่างไรก็ตามจากที่กล่าวมาทั้งหมด การได้ลองใช้รถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันป็นครั้งแรกในระยะเวลา 5 วัน ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สิ่งที่เราชอบก็คือความเงียบ และความง่ายในการใช้งานที่ไม่ต่างจากรถยนต์ธรรมดานัก รวมถึงความนุ่มที่จะเพิ่มเข้ามาเล็กน้อยด้วยน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามา

สิ่งที่ยังคงระแวงแน่นอนเป็นอื่นไม่ได้เลยก็คือเรื่องระยะวิ่งและการชาร์จไฟ ในระยะวิ่ง 480 กม. ของ BYD Atto 3 ยังค่อนข้างพอเพียงต่อการใช้ไปกลับที่ทำงาน ไปจ่ายกับข้าว แต่หากออกต่างจังหวัดก็ควรจะศึกษาเส้นทางไว้ให้ดีว่ามีสถานีชาร์จที่จุดไหนบ้าง และทำการโหลดแอพของผู้ให้บริการนั้นตั้งแต่เนิ่น ๆ

อีกหนึ่งจุดสุดท้ายจากตัวของผมเองที่ใช้รถยนต์มือสองมาตลอดหลายปี ข้อดีที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นก็คือเสียตรงไหนก็หาอู่แถวนั้นซ่อมได้เลย พอมาใช้รถไฟฟ้า จะหาอู่ซ่อมภายนอกได้ค่อนข้างยากเนื่องจากยังไม่มีอู่นอกที่ชำนาญมากพอ

หากใครกำลังตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่าง BYD Atto 3 ก็ควรเป็นรถคันที่ 2 ของบ้านไว้ใช้ไปทำงานหรือสถานที่ใกล้ ๆ และศึกษาเส้นทางเพื่อหาสถานีชาร์จใกล้บ้านกันก่อนนะครับ

 

Source: ลองขับ EV ครั้งแรก BYD Atto 3 จากใจคนใช้ ICE มาหลายปี เปลี่ยนเป็นไฟฟ้าแบบนี้ต้องปรีบตัวเยอะไหม

Leave a Reply

Your email address will not be published.

WelfulloutDoors.com